วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่ 9

บันทึกการเรียนครั้งที่ 9
วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2560
เวลาเรียน 8.30 - 11.30 น.


ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน
   นำเสนอคำคม

นางสาวปัณฑิตา  คล้ายสิงห์



นางสาวชนากานต์  แสนสุข

นางสาวสุจิตรา มาวงษ์


นางสาวภัทรวรรณ  หนูแก้ว


นางสาวสุธินี โนนริบูรณ์

กิจกรรมในชั้นเรียน
นำเสนองานวิจัย
โดย
1.นางสาว ประภัสสร คำบอนพิทักษ์
2.นางสาว รัชดา เทพเรียน
3.นางสาว กมลรัตน์ มาลัย
4.นางสาว สุทธิกานต์ กางพาพันธ์
5.นางสาว ศุทธินี โนนริบูรณ์
6.นางสาว ภัทรวรรณ หนูแก้ว
7.นางสาว วัชรี วงศ์สะอาด
8.นางสาว วันเพ็ญ  ใหม่สุด

สะท้อนองค์ความรู้ที่ได้จากวิจัย
  • จากการศึกษาวิจัยเรื่อง  ความเป็นผู้บริหารมือชีพของมหาบัณฑิต
  • สาขาวิชาการบริหารสถานศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 

                สามารถนำความรู้ในการวิจัยเบื้องต้นไปปรับใช้ในการเป็นผู้บริหารมืออาชีพได้โดย  การนำหลักการบริหารทั้ง  9  ด้าน คือ ด้านการบริหารงานวิชาการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ด้านการบริหารการประชาสัมพันธ์และความสัมพันธ์ชุมชน  ด้านการบริหารกิจการนักเรียน ด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านวิจัยทางการศึกษา  ด้านคุณธรรมและจริยธรรม จากหลักการที่กล่าวข้างต้น เป็นแนวทางที่จะนำไปสู่เป็นผู้บริหารที่มีความรอบรู้และบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ 



โดย
1. นางสาวจงรักษ์             หลาวเหล็ก            
2. นางสาวเปมิกา             ชุติมาสวรรค์        
3. นางสาวจรีพร               เฉลิมจาน          
4. นางสาวกรกช               เดชประเสริฐ        
5. นางสาวปรางชมพู         บุญชม                 
6. นางสาวปัณฑิตา            คล้ายสิงห์          
7. นางสาวชนากานต์         แสนสุข                 
8. นางสาสุจิตรา                 มาวงษ์    
      
      สะท้อนองค์ความรู้ที่ได้จากวิจัย
                            สมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิด                   เห็นของครูปฐมวัยโดยรวมครูปฐมวัยที่มีประสบการณ์สอนต่างกันมีความคิดเห็นต่อ                               สมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา ด้านการจัดการเรียนรู้                 และด้านการพัฒนาหลักสูตรโดยครูที่มีประสบการณ์สอน 5 ปีขึ้นไปมีสมรรถนะการบริหารงาน                 วิชาการมากกว่าครูที่มีประสบการณ์สอนต่ำกว่า5 ปี การปฏิบัติงานในโรงเรียนขนาดต่างกันมี                   ความคิดเห็นต่อสมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา       



โดย 
  1. นางสาวชณาภา    คะปัญญา  
  2. นางสาวเจนจิรา เทียมนิล 
  3. นางสาวเวรุวรรณ ชูกลิ่น 
  4. นางสาวยุภา ธรรมโคตร
  5. นางสาววราภรณ์ แทนคำ
  6. นางสาวรัตนาภรณ์ คงกะพันธ์ 
  7. นางสาวชนากานต์ พงศ์สิทธิศักดิ์
  8. นางสาวประภัสสร สีหบุตร

สะท้อนองค์ความรู้ที่ได้จากวิจัย
                การเปลี่ยนแปลงของสังคมและการปฏิรูปการศึกษา  ทำให้ผู้บริหาร ครู อาจารย์ และบุคลากร             ทางการศึกษาต้องร่วมมือกันทำงานโดยเฉพาะในบทบาทด้านการบริหาร การสอน การประกัน               คุณภาพ และการวิจัย จำเป็นต้องอาศัยการระดมความคิด การร่วมแก้ปัญหาโดยเฉพาะงานที่                 ต้องใช้ทักษะความชำนาญสูงๆ จึงจะทำให้องค์การประสบความสำเร็จได้
                จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานแบบมีส่วนร่วม การทำงานเป็น                ทีมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย ขึ้นอยู่กับ 3 องค์ประกอบ คือ การบริหารแบบมี              ส่วนร่วมด้านความเป็นอิสระในการบริหารองค์การ ความผูกพันต่อองค์การ และด้านการร่วม                    กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

การนำไปใช้
     ทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ความรู้เกี่ยวกับรายวิชาการจักการบริหารจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัยที่มีทั้ง ความหมาย ความสำคัญ แนวคิด ทฤษฎี ประเภท บทบาท หน้าที่ของผู้บริหาร รูปแบบ การจัดโครสร้าง ระบบงาน บุคลิกภาพ คุณลักษณะ การดำเนินการ การติดตามนิเทศ การส่งเสริม เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาในอนาคต 


วิธีการสอน
     ถาม-ตอบ ให้ผู้เรียนได้ตอบคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่มีความสมบูรณ์  เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน 
ระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา แนะนำการนำเสนอ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้เรียน มีใบบันทึกการเข้าเรียนเพื่อฝึกให้มีความรับผิดชอบในการมาเรียน



ประเมินสภาพในห้องเรียน
รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง 

ประเมิน
  ตนเอง -  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย 
  เพื่อน   -  มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ เสนอความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
  อาจารย์ - การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ มีกิจกรรมต่างๆให้ทำอย่างสนุกสนานและเข้าใจในเรื่องนั้นๆเพิ่มยิ่งขึ้น 

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่ 8

บันทึกการเรียนครั้งที่ 8
วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2560
เวลาเรียน 8.30 - 11.30 น.

ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน



SWOT คืออะไร
คือการวิเคราะห์สำรวจตรวจสอบสภาพภายในองค์กร และสภาพแวดล้อมภายนอก เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผน
S : จุดแข็ง
W : จุดอ่อน
O : โอกาส
T : อุปสรรค
แต่สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องไม่มองข้ามไปคือ เรากำลังจะเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ ที่อาจจะทำให้บางคนไม่พอใจจากการสำรวจ
จุดอ่อน :W-จุดแข็ง : S      ภายในองค์กร 

       โอกาส   :O-อุปสรรค : T   ภายนอก

 SWOTให้คำตอบอะไรกับเรา
   1.อะไรคือเรื่องหลักที่เราต้องเผชิญในวันนี้
2.            2. เราจะจัดการกับเรื่องหลักนี้อย่างไร                                                                                                         
ข้อสังเกต
  •  บางคนใช้ SWOT เพื่อตั้งคำถามอย่างเดียว
  •  บางคนใช้เหตุผลของ SWOT มองข้ามปัญหาไป


เรามาทำความคุ้นเคยกับ SWOT ด้วยกัน
  • ถ้าคุณมีภารกิจ ที่จะต้องให้บริการที่มีภาพต่อชุมชน ตรงต่อเวลา ข้อมูลน่าเชื่อถือ และมีภาพพจน์ที่ดี
  • มีการกำหนดหน้าที่ และภารกิจให้กับทีมงานทุกคน
  • ภารกิจบรรลุเป้าหมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน ในการเพิ่มมูลค่า(Value Creativity) และคุณค่าความเป็นอยู่ในชุมชนดีขึ้น



เรามาเริ่มต้นด้วนการวิเคราะห์จุดแข็ง
S : Strengths

 จุดแข็ง : Strengths

ตัวอย่าง
  • งานที่เราถนัด ทำแล้วมีความสุข
  • งานที่โดดเด่นที่ชุมชนชื่นชอบ
  • อะไรที่ชุมชนมีความต้องการให้เราทำซ้ำอีก
  • ทรัพยากร และเครื่องมือที่เรามีความพร้อม

เรามาพิจารณาอีกมุมหนึ่งภายในขององค์กร

 ของเรา คือจุดอ่อนW : Weaknesses
จุดอ่อน : Weaknesses
ตัวอย่าง
  • งานที่เราไม่สบายใจที่จะทำ
  • ความต้องการที่จะรับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน หรือทักษะบางอย่างที่เรายังไม่มั่นใจ
  • ขาดทรัพยากรในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย

หมายเหตุ
1.             บางทีจุดอ่อนของเรามีความเชื่อมโยงกับจุดแข็ง
2.             ยกตัวอย่าง....
นายแดงดี สีใส อ่านหนังสือไม่ออก แต่มีความชำนาญในการสาธิตการกรีดยางพารา

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการวิเคราะห์ประเมินภายในองค์กรสมบูรณ์ครบถ้วน
ด้วยการมองสภาพแวดล้อมภายนอก แล้วพิจารณาว่า องค์กรของเรามีโอกาสประสบความสำเร็จ จากแผนโครงการพัฒนา ด้วยวิธีการทำงานใหม่นี้หรือไม่





                                                              เอาละ! ตอนนี้มาดูสิว่าอะไรน่าจะเป็น

 อุปสรรค : Threats
อุปสรรค : Threats
หมายเหตุ
  • การมองถึงอุปสรรค T ไม่ใช่ความคิดที่ไม่มีข้อพิสูจน์
  • ใช่ว่าเรามองจะโลกในแง่ร้าย มากกว่าโอกาส เพราะว่าเราต้องใช้สรรพกำลังที่มีทำให้งานประสมความสำเร็จ โดยอาศัยปัจจัยด้านอื่นๆอีกสามด้าน คือ SWO


ตัวอย่าง
  • ใครคือคู่แข่งขันที่ทำได้ดีกว่าเรา
  • ถ้าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนจะทำให้แผนโครงการเรามีปัญหา
  • ความขัดข้องที่จะเกิดจากเราเอง

สุดท้ายเรามาดู
โอกาส : Opportunities


โอกาส : Opportunities

ตัวอย่าง
  • โอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ
  • มีเครื่องมือใหม่ที่ได้รับการสนับสนุน
  • มีช่องว่างทางการตลาดที่เรามองเห็น

เครือข่ายมีศักยภาพทำให้งานสำเร็จง่ายขึ้น
หมายเหตุ
  •         โอกาสควรที่จะพิจารณาทั้งในระดับมหภาค(ระดับประเทศ ระหว่างประเทศ) และระดับจุลภาค(ระดับครัวเรียน/ระดับหมู่บ้าน/ระดับตำบล)

การสร้างแผนปฏิบัติ
ขั้นต่อไปเราจะทำอย่างไร
  • จุดแข็งของทุนเรามีอะไรบ้าง
  • จะป้องกันหรือลดจุดอ่อนอย่างไร
  • สร้างความได้เปรียบจากโอกาสอย่างไร
  • ระวังอุปสรรคอย่างไร

       ตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ไว้ในแผนอื่นๆที่ทำได้
เราลองให้ความชัดเจนในหัวข้อต่อไปนี้
  •       ความหมายและวัตถุประสงค์ของการทำ SWOT
  •       สามารถแก้ปัญหาพวกพ้องในการทำงานได้หรือไม่
  •       มีรูปแบบในการเปลี่ยนแปลงที่น่าเชื่อถือหรือไม่
  •       แนวทางกลยุทธ์สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้องค์กรของเราได้หรือไม่


การนำไปใช้
     ทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ความรู้เกี่ยวกับตนเองมากขึ้น วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของตัวเราเองเพื่อนำไปปรับปรุง แก้ไข ยอมรับ และพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า

วิธีการสอน
     ถาม-ตอบ ให้ผู้เรียนได้ตอบคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่มีความสมบูรณ์  เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน 
ระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา แนะนำการนำเสนอ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้เรียน มีใบบันทึกการเข้าเรียนเพื่อฝึกให้มีความรับผิดชอบในการมาเรียน



ประเมินสภาพในห้องเรียน
รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง 

ประเมิน
  ตนเอง -  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย 
  เพื่อน   -  มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ เสนอความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
  อาจารย์ - การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ มีกิจกรรมต่างๆให้ทำอย่างสนุกสนานและเข้าใจในเรื่องนั้นๆเพิ่มยิ่งขึ้น 

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่ 7


บันทึกการเรียนครั้งที่ 7
วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
เวลาเรียน 8.30 - 11.30 น.




"งด
การเรียนการสอนเนื่องจากมีการสอบกลางภาคเรียน"

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่ 6

บันทึกการเรียนครั้งที่ 6
วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
เวลาเรียน 8.30 - 11.30 น.

ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน
    โครงสร้างขององค์กรและการจัดระบบบริหารงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
การบริหารงาน
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
การบริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย มีลักษณะการบริหารเฉพาะตัว โดยที่ต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
                1. นโยบาย และยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศของรัฐบาล
                2. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
                3. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
                4. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
                5. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                6. ปรัชญา นโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา
                7. ความต้องการของชุมชน
การจัดประเภท และรูปแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทย
1. การจัดแบ่งตามโครงสร้างการบริหารตามขนาด แบ่งเป็น 3 ขนาด คือ
           
1) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดเล็ก

                
2) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดกลาง
               
 3) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดใหญ่
การจัดประเภท และรูปแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ในประเทศไทย
2. การแบ่งตามรูปแบบตามพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ
                (พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 )พ.ศ. 2545 กล่าวไว้ใน มาตรา 15กำหนดการจัดการศึกษา มี 3 รูปแบบ คือ)
                1.รูปแบบในระบบโรงเรียน
                2.รูปแบบนอกระบบโรงเรียน
3. รูปแบบการให้บริการแบบใหม่
                คือ การรวมเด็กที่ผิดปกติและเด็กปกติไว้ด้วยกัน โดยเรียกแบบนี้ว่า “Normalization”
                3.รูปแบบตามอัธยาศัย
หลักในการบริหารงานในสถานพัฒนาปฐมวัย
1. การบริหารงานวิชาการ
                เป็นการบริหารกิจกรรมทุกชนิดในโรงเรียน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพัฒนาการสอนผู้เรียนให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพที่สุด
2. การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาปฐมวัย
                คือ การปฏิบัติการใช้คนให้ทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีขบวนการต่าง ๆ
3. การบริหารงานธุรการและการเงินในสถานศึกษาปฐมวัย
                - งานธุรการในสถานศึกษา
                - งานการเงินในสถานศึกษาปฐมวัย
                - งานสารบรรณในสถานศึกษาปฐมวัย
                - งานทะเบียนและรายงาน
                - งานรักษาความปลอดภัย
                - งานการเงินและพัสดุ
                - งานพัสดุ
4. การบริหารงานกิจการนักเรียนในสถานศึกษาปฐมวัย 
                คือ การดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมในโรงเรียนโดยนักเรียนสมัครใจร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง
5. การบริหารสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาปฐมวัย
           - การบริหารสภาพแวดล้อมทางกายภาพ
           - การบริหารสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมและประสบการณ์
การบริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในยุคปฏิรูป
ความหมาย การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
(School Based Management)
                คือ การบริหารโดยกระจายอำนาจทางการศึกษาไปยังสถานศึกษาโดยตรงให้มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบและความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากที่สุด
หลักการในการบริหารแบบโรงเรียนเป็นฐาน
(School Based Management)
• หลักการกระจายอำนาจ (Decentralization)
                • หลักการมีส่วนร่วม (Participation or Collaboration Involvement)
                • หลักการคืนอำนาจจัดการศึกษาให้ประชาชน
( Return Power to People)
                • หลักการบริหารตนเอง (Self - managing)
                • หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล (Check and Balance)
 รูปแบบโรงเรียนที่ใช้การบริหารแบบโรงเรียนเป็นฐาน
• ผู้บริหารโรงเรียนเป็นหลัก
(Administrative Control School Council )
• บริหารโดยครูเป็นหลัก
(Professional Control Council)
• การบริหารจัดการโดยชุมชนมีบทบาท
(Community Control School Council)
• ครูและชุมชนมีบทบาทหลัก
(Professional Community Control School Council)

องค์กรแห่งการเรียนรู้



การนำไปใช้
     ทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ความรู้เกี่ยวกับรายวิชาการจักการบริหารจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัยที่มีทั้ง ความหมาย ความสำคัญ แนวคิด ทฤษฎี ประเภท บทบาท หน้าที่ของผู้บริหาร รูปแบบ การจัดโครสร้าง ระบบงาน บุคลิกภาพ คุณลักษณะ การดำเนินการ การติดตามนิเทศ การส่งเสริม เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาในอนาคต 


วิธีการสอน
     ถาม-ตอบ ให้ผู้เรียนได้ตอบคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่มีความสมบูรณ์  เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน 
ระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา แนะนำการนำเสนอ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้เรียน มีใบบันทึกการเข้าเรียนเพื่อฝึกให้มีความรับผิดชอบในการมาเรียน



ประเมินสภาพในห้องเรียน
รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง 

ประเมิน
  ตนเอง -  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย 
  เพื่อน   -  มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ เสนอความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
  อาจารย์ - การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ มีกิจกรรมต่างๆให้ทำอย่างสนุกสนานและเข้าใจในเรื่องนั้นๆเพิ่มยิ่งขึ้น 

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่5

บันทึกการเรียนครั้งที่ 5
วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
เวลาเรียน 8.30 - 11.30 น.

ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากเข้าอบรม

โครงการอบรมให้ความรู้และประกวด
มารยาททางวัฒนธรรม

ณ ห้องประชุมขั้น 5 อาคารนวัตกรรมการศึกษา

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4
วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
เวลาเรียน 8.30 - 11.30 น.

ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน
นำเสนอคำคม
โดย นางสาวเปมิกา ชุติมาสวรรค์

โดย นางสาวกรกช เดชประเสริฐ

โดย นางสาวจรีพร เฉลิมจาน
    
โดย นางสาวปราชมพู บุญชม

โดย นางสาวกมลรัตน์ มาลัย

กิจกรรม
นำเสนองานเกี่ยวกับสถานศึกษาปฐมวัย

กลุ่มที่ 1 เรื่อง สถานศึกษาประเภทโรงเรียนอนุบาล Kindergarten

กลุ่มที่ 2 เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา



กลุ่มที่ 3 เรื่อง สถานรับเลี้ยงเด็ก Nursery



     กลุ่มที่ 4 เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน

กลุ่มที่ 5 เรื่อง ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก







การนำไปใช้
     ทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ความรู้เกี่ยวกับรายวิชาการจักการบริหารจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัยที่มีทั้ง ความหมาย ความสำคัญ แนวคิด ทฤษฎี ประเภท บทบาท หน้าที่ของผู้บริหาร รูปแบบ การจัดโครสร้าง ระบบงาน บุคลิกภาพ คุณลักษณะ การดำเนินการ การติดตามนิเทศ การส่งเสริม เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาในอนาคต 


วิธีการสอน
     ถาม-ตอบ ให้ผู้เรียนได้ตอบคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่มีความสมบูรณ์  เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน 
ระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา แนะนำการนำเสนอ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้เรียน มีใบบันทึกการเข้าเรียนเพื่อฝึกให้มีความรับผิดชอบในการมาเรียน



ประเมินสภาพในห้องเรียน
รูปแบบการนั่งเรียนเน้นให้ผู้เรียนได้มองเห็นผู้สอนอย่างทั่วถึง และ ผู้สอนก็สามารถมองเห็นผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง 

ประเมิน
  ตนเอง -  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย 
  เพื่อน   -  มีการให้การร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ เสนอความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
  อาจารย์ - การสอนใช้เสียงดังชัดเจน  อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ มีกิจกรรมต่างๆให้ทำอย่างสนุกสนานและเข้าใจในเรื่องนั้นๆเพิ่มยิ่งขึ้น